อาหารควรเลี่ยงเมื่อปวดหัว

อาการปวดหัวเป็นอาการที่ฟ้องเราหลายๆเรื่อง นอกจากการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม ทั้งการนอนให้เพียงพอ และพักผ่อนหย่อนใจไล่ความเครียด การกินอาหารอย่างถูกต้องก็มีส่วนช่วยให้หายเร็วขึ้นได้ วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ จากคุณหมอเดวิด บุชฮอลส์ จากมหาวิทยาลัยจอนห์ฮอปกินส์ ถึงอาหารที่ควรเลี่ยงเมื่อมีอาการปวดหัวครับ



อาหารที่ควรเลี่ยงเมื่อมีอาการปวดหัวมีดังนี้
1. เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา น้ำอัดลมบางชนิด
2. ช็อกโกแล็ต
3. เนยแข็ง
4. ผงชูรส
5. โยเกิร์ต และซาวครีม
6. ถั่วเปลือกแข็งต่างๆ (อัลมอนด์ เม็ดมะม่วง) และเนยถั่ว
7. อาหารผ่านกรรมวิธี เช่น ไส้กรอก ฮอทด็อก เบคอน อาหารกระป๋อง ของหมักดอง
8. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
9. ผลไม้ตระกูลส้ม เช่น ส้มต่างๆ มะนาว รวมถึงน้ำผลไม้เหล่านี้
10. ผลไม้อื่นๆ เช่น กล้วย ลูกเกด อะโวคาโด สับปะรด
11. ผักบางชนิด เช่น หอมหัวใหญ่ ถั่วฝักชนิดต่างๆ

หากปวดหัวบ่อยๆ นอกจากปรับอาหารแล้ว ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และปรับพฤติกรรมให้ไม่เครียดครับ

กระเพราเนื้อสับพริกไทยอ่อน

หลายๆคนมักจะมองว่า เมนู“ผัดกระเพรา”เป็นเมนูสิ้นคิด แต่สำหรับกุ๊กเล็กแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ผัดกระเพรา ไข่เจียว ไข่ดาว หรือข้าวคลุกน้ำปลาพริก หากกินถูกที่ ถูกเวลา ถูกจังหวะ ถูกอารมณ์นั้น บางครั้งอร่อยกว่าเมนูหะรูหะราเป็นไหนๆ ใครไม่เชื่อก็ลองปล่อยกระเพาะไว้ให้หิวจนแสบไส้ หน้ามืดตามัว แล้วไปหาข้าวผัดกระเพราไข่ดาวกับน้ำปลาพริกกินดูรับรองว่ากระเพราไข่ดาวมื้อนั้นเด็ดแน่
อย่างในมื้อนี้กุ๊กเล็กมีเมนู “กระเพราเนื้อสับพริกไทยอ่อน” มาฝากบรรดามิตรรักนักกิน ที่หลายๆคนอาจมองว่าสิ้นคิด ซึ่ง“กุ๊กเล็ก”ว่า สำหรับเมนูนี้ไม่ต้องเสียเวลาคิดหรอก เพราะว่าหากอยากกินก็หาเครื่องปรุงและเดินเข้าครัวทำกันเลยดีกว่า อย่ามัวคิดพิรี้พิไรอยู่เลย
ส่วนผสม
? เนื้อสับหยาบๆ 1 ขีด
? พริกสด 2 - 3 เม็ด
? กระเทียม 3 - 4 กลีบ
? น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
? พริกไทยอ่อน กระเพราเด็ดเป็นใบๆ กระชายซอยเป็นเส้นๆ
? น้ำปลา น้ำตาล ซอสปรุงรส ปริมาณตามความชอบ

วิธีทำ
1. ตำพริกกับกระเทียมเข้าด้วยกันแต่ไม่ต้องละเอียดมาก
2. จากนั้นตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน พอร้อนแล้วใส่พริกกับกระเทียมที่โขลกลงไปผัดให้มีกลิ่นหอม
3. ตามด้วยเนื้อสับ ซอสปรุงรส น้ำปลา น้ำตาล ผัดคลุกเคล้าเข้ากันจนเนื้อสุก ซึ่งตอนนี้อาจจะเติมน้ำหรือน้ำซุปลงไปด้วยนิดหน่อย บรรเลงเพลงผัดสักครู่ จึงใส่กระชาย และพริกไทยอ่อน เพื่อเพิ่มรสชาติให้ดุเด็ดเผ็ดร้อนยิ่งขึ้น
4. ตบท้ายด้วยการใส่ใบกระเพราลงไปผัด ให้ใบกระเพรายุบตัว พร้อมกับโชยกลิ่นหอมๆ ผสมอาการแสบๆคันๆรูจมูกของคนรอบข้าง

แค่นี้พิธีกรรมเสกอาหารจานอร่อย แต่มากด้วยคุณค่าสมุนไพรไทยนี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น เหลือแต่พิธีกินที่ต้องรีบไปตักข้าวร้อนๆ ราดด้วย “กระเพราเนื้อสับพริกไทยอ่อน” หรือใครจะทำไข่ดาวมาเสริมทัพท้องก็เก๋ไปอีกแบบ

กวยจั๊บเข้มข้น

ขอนำเสนอเมนูที่ดูจากหน้าตาสีสันแล้วเหมือนจะทำยาก เลยไม่ค่อยมีใครทำกัน หรือถ้านึกอยากจะกินก็ตระเวนหาร้านข้างทางกินได้ไม่ยาก แต่ก็อีกล่ะนะ ว่าทุกร้านใช่จะอร่อยใช้ได้เหมือนกันหมด เพราะฉะนั้นลองมาประลองฝีมือทำเจ้าเมนูนี้ด้วยปลายจวักของเราเอง คงจะเข้าท่ากว่า งงใช่ไหมล่ะ...ว่าเจ้าเมนูที่ว่าคืออะไรหนอ มัวแต่วกไปวนมาอยู่นั่นแหละ เอ้า !?! เฉลยให้ก็ได้ว่า จะมาชวนทำ"กวยจั๊บ"กัน คำว่ากวยจั๊บเนี่ย มีหลายคนที่มักจะเขียนผิดเป็น"ก๋วยจั๊บ" ซึ่งก็คงจะเป็นเพราะคุ้นกับคำว่า"ก๋วยเตี๋ยว" เลยพาให้เขียนเป็นก๋วยจั๊บตามไปด้วย
เอาล่ะ... เดี๋ยวคนที่คอยทำ “กวยจั๊บรสเข้มข้น” จะรอเก้อ ว่าแล้วก็เข้าครัวเตรียมส่วนผสมกันเลยดีกว่า
ส่วนผสม
? เส้นกวยจั๊บต้มสุก 2 ถ้วย
? ไข่ไก่ต้มปอกเปลือก 1 ฟอง
? หมูกรอบ 4 ชิ้น
? อบเชยป่น(หรือผงพะโล้) 1 ช้อนโต๊ะ
? ซีอิ้วดำอย่างหวาน 4 ช้อนโต๊ะ
? ซีอิ้วขาว 1/4 ถ้วย
? น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
? เกลือ 1 ช้อนชา
? น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
? ต้นหอมและผักชีซอยสำหรับโรยหน้า 1 ช้อนโต๊ะ
? เต้าหู้สี่เหลี่ยมทอดกรอบหั่นชิ้นขนาดพอคำ 1/4 ถ้วยตวง
? ตับหมู เลือดหมู เนื้อหมู อย่างละ 1 - 2 ชิ้น
วิธีทำ
1. ต้มน้ำให้เดือด ใส่อบเชยป่น ซีอิ้วดำ ซีอิ้วขาว น้ำตาลทราย เกลือ ลงไป ตามด้วยไข่ไก่ต้มสุก เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณ 30 นาที
2. ตักเส้นกวยจั๊บใส่ชาม ตักน้ำเครื่องปรุงราด และตามด้วยไข่ไก่ผ่าซีก เต้าหู้ทอดกรอบ หมูกรอบ ตับหมู เลือดหมู เนื้อหมู โรยหน้าด้วยต้นหอมและผักชี แค่นี้ก็เรียบร้อย
3. ถ้าอยากให้อลังการงานสร้างกว่านี้ ก็อาจจะใส่โคนปีกไก่และเห็ดหอมลงไปด้วย หรือถ้าอยากกินแบบกวยจั๊บน้ำข้น ก็เพียงแค่ใส่แป้งข้าวเจ้าหรือแป้งข้าวโพดก็ได้ ใส่ลงไปตอนที่ต้มเส้นกวยจั๊บแล้วคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ก็จะได้อีกหนึ่งรสชาติ

ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่

วันนี้มาทำเมนูก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่กันเถอะ ซึ่งแสนจะทำง่าย ใช้เวลาไม่นาน แถมรสชาติยังอร่อยไม่แพ้ใคร ไม่เชื่อ ก็ลองไปทำกันเลยดีกว่า
ส่วนผสม
? ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ 1 ถ้วย
? เนื้อไก่ (เลือกใช้ส่วนสะโพกติดมันนิดๆ) 100 กรัม
? ไข่ไก่ 2 ฟอง
? พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
? น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
? ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
? น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
? น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
? น้ำมัน 5 - 6 ช้อนโต๊ะ
? ต้นหอม ผักชี 2 ต้น
? ผักกาดหอมเด็ดเป็นใบ 1 ต้น
วิธีทำ
1. หั่นไก่เป็นชิ้นพอคำ ซึ่งถ้าใครขยันหน่อยก็อาจจะหมักไก่ โดยใส่ซอสปรุงรส น้ำมันหอย พริกไทย น้ำตาล อย่างละพอประมาณ หมักทิ้งไว้ 2 - 3 ชั่วโมง (กุ๊กเล็กเคยได้ยินว่าถ้าใส่นมสดกับน้ำมันพืชผสมเข้าไปด้วย ก็จะช่วยให้เนื้อไก่นุ่มเด้งเช้งกะเด๊ะขึ้น สงสัยวันหลังต้องลองทำดูบ้างแล้ว)
2. หลังจากจัดการกับไก่แล้ว ก็หันมาจับตะหลิวตั้งกระทะใส่น้ำมัน อ้อ !! ขอคั่นรายการนิดนึง ถ้าหากว่าใครใช้กระทะเทปลอนก็คงไม่มีปัญหาเรื่องเส้นติดกระทะ แต่ถ้าใครใช้กระทะธรรมดาแนะนำว่าให้เผากระทะก่อน ด้วยการเปิดไฟแรงจนน้ำมันร้อนเป็นควัน เทน้ำมันทิ้ง แล้วเอาน้ำมาราดกระทะเร็วๆเพื่อล้างน้ำมันที่ไหม้ออกไป จะช่วยให้เส้นไม่ติดกระทะได้ดีเชียวล่ะ
3. ใส่น้ำมันเล็กน้อยในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน เอาไก่ลงไปผัดให้สุก
4. ใส่เส้นก๋วยเตี๋ยว ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงที่เหลือผัดให้เข้ากัน ผัดให้เส้นร่วนไม่ติดกันก่อนจะตอกไข่
5. ใส่ต้นหอม ลงไปผัดอีกนิดหน่อย เสร็จแล้วก็ตักใส่จานที่รองด้วยผักกาดหอม โรยต้นหอมผักชีซอย ใส่พริกไทย น้ำส้ม พริกป่น ตามรสนิยมลิ้น แค่นี้มื้อนี้ก็อิ่มอร่อยแล้ว
? ถ้าอยากให้อลังการเพิ่มขึ้นไม่อยากกินไก่อย่างเดียว ก็อาจจะเติมตับอ่อนหมู ปลาหมึกแช่ด่าง และตั้งฉ่าย ลงไปผัดด้วย พร้อมกับกินคู่กับปาท่องโก๋กรอบๆ ก็จะได้รสชาติความอร่อยยิ่งขึ้นจ้า

ก๋วยเตี๋ยวม้วนกุ้งแห้งและกุนเชียง

วันนี้เรามาลองทำก๋วยเตี๋ยวสูตรใหม่กันหน่อย รับรองว่าอร่อยไม่เหมือนใครนั่นก็คือ ก๋วยเตี๋ยวม้วนกุ้งแห้งกุนเชียง ทานกับซอสก๋วยเตี๋ยวหลอดรับรองว่าอร่อยเด็ด
ส่วนผสม
? แป้งข้าวเจ้า 3/4 ถ้วย
? แป้งตั้งหมิ่น 1/4 ถ้วย
? แป้งมันสำปะหลัง 1 ช้อนโต๊ะ
? น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
? น้ำสะอาด 3/4 ถ้วย
? น้ำร้อน 3/4 ถ้วย
? กุ้งแห้งต้มจนนิ่ม 2 ช้อนโต๊ะ
? กุนเชียงจัดสี่ตามขวางและหั่นบางๆ 1/2 ถ้วย
? ต้นหอมซอย 1 ถ้วย
? งาขาวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
? ซอสก๋วยเตี๋ยวหลอด
? ถาดอะลูมิเนียมที่นึ่งได้
วิธีทำ
1. ผสมแป้งสำหรับทำแผ่นก๋วยเตี๋ยวโดยร่อนแป้งทั้งสามชนิดเข้าด้วยกัน ละลายในน้ำสะอาดจนเข้ากันดี แล้วจึงเทน้ำร้อนใส่ลงไปในขณะที่คนไปด้วย พักไว้ 15 นาที
2. ผสมกุนเชียง กุ้งแห้ง ต้นหอม และงาขาวคั่วให้เข้ากันพักไว้
3. ทาน้ำมันให้ทั่วถาดอะลูมิเนียม หย่อนถาดลงไปในน้ำร้อนจนถาดร้อนดี จึงตัดแป้งที่ผสมไว้ใส่ลงไปเอียงถาดไปมาให้แป้งเคลือบบางๆ ที่ก้นถาด โรยส่วนผสมกุนเชียงให้ทั่ว นำไปนึ่งในน้ำเดือดไฟแรง 3 - 5 นาทีจนแป้งสุก
4. นำถาดขึ้นมาลอยในน้ำเย็น 2 นาที จึงแซะแผ่นก๋วยเตี๋ยวออกมาม้วน พักไว้โดยไม่ให้ถูกลม
5. อาจเสิร์ฟร้อนๆ โดยนำไปนึ่งอีกครั้ง หรือทอดในกระทะแบนแบบแพนฟรายด์จนเหลืองกรอบแล้วเสิร์ฟใส่จานอาหารกับน้ำจิ้มก๋วยเตี๋ยวหลอด
Tip.. สูตรนี้ทำล่วงหน้าไว้ได้เพียง 1 วัน โดยนำแผ่นก๋วยเตี๋ยวที่สำเร็จแล้วแช่เย็น และนำออกมานึ่งเมื่อจะเสิร์ฟ

กีวีครีมอโลฮ่า

วันนี้ผมมีสูตรเครื่องดื่มแปลกใหม่มาฝากทุกท่านตามเคยครับ นั้นก็คือ กีวีครีมอโลฮ่า แหมเห็นชื่อก็คงอยากลองทำกันแล้วสิครับเนี่ย และวิธีทำก็แสนจะง่ายซะด้วย แต่จะยากตรงต้องไปหาซื้อกีวีมานี่หละครับ
ส่วนผสม
? นมสดรสจืด 1/4 ถ้วย (2 จิ๊กเกอร์)
? ลูกกีวีหั่นเป็นชิ้นเล็ก 1 ลูก
? น้ำมะนาวหวาน 1 ช้อนโต๊ะ (1/2 จิ๊กเกอร์)
? ไอศครีมวานิลลา 1ก้อน
วิธีทำ
1. ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในโถปั่น ปั่นจนละเอียดดี
2. เทใส่แก้วสวยๆ ประดับปากแก้วด้วยกีวีสไลด์

กุ้งสามรส

ส่วนผสม (ขนาดรับประทาน 4 - 5 คน)
? กุ้งก้ามกรามขนาดกลาง 5 ตัว
? ใบโพระพา 1 ถ้วยตวง
? น้ำตาลปี๊บ 4 ช้อนโต๊ะ
? น้ำมะขามเปียกคั้นข้น 4 ช้อนโต๊ะ
? น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
? เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด 1/4 ถ้วยตวง
? พริกแห้งทอด 1 ช้อนโต๊ะ
? หอมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
? กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
? น้ำมันสำหรับทอดกุ้ง
วิธีทำ
1.ล้างกุ้ง ตัดส่วนหัวแล้วผ่ากลางหลังทั้งเปลือกออกเป็น 2 ซีก นำไปทอดในน้ำมันร้อนจัด เรียงลงในจานอาหาร นำใบโหระพาทอดกรอบโรยรอบๆกุ้งที่เรียงไว้
2.ตักน้ำมันออกจากกระทะเกือบหมด ใส่น้ำตาลลง เมื่อน้ำตาลเดือดทั่วกันเติมน้ำมะขามเปียก น้ำปลา ชิมให้ได้สามรสกลมกล่อม ตักราดตัวกุ้ง ใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด พริกแห้ง โรยหอม และกระเทียมเจียว

เกาเหลาเลือดหมู

ส่วนผสม
หมูเนื้อแดง 200 กรัม
? หมูสับ 200 กรัม
? ตับหมู 100 กรัม
? เซ่งจี๊ 1 ชิ้น
? หัวใจหมู 100 กรัม
? เลือดหมูหั่นก้อนพอคำ 2 ก้อน
? กระดูกสำหรับต้มน้ำซุป 1 กิโลกรัม
? ไช้เท้า 1 หัว
? ยอด - ใบอ่อนตำลึง 300 กรัม
? ขึ้นฉ่ายหั่นฝอย 100 กรัม
? กระเทียมเจียว 2 ช้อนโต๊ะ
? ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
? ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
? น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
? พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
? เกลือป่น 1 ช้อนชา
วิธีทำ
1. หมูสับเติมน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรส คลุกให้ทั่ว พักไว้
2. กระดูกล้างน้ำ แช่ในหม้อนำประมาณ 1 ชั่วโมง นำขึ้นต้มด้วยไฟปานกลาง
3. ปอกไชเท้าให้สะอาด ล้างน้ำหั่นเป็นแว่นๆ หนาประมาณ 1 ซม. ใส่ลงในหม้อพร้อมเกลือป่น
4. ต้มต่อจนน้ำซุปใส่ไชเท้าสุก ใส่หมูบดปรุงรสที่เตรียมไว้ปั้นเป็นก้อนลงในน้ำซุป พอหมูสุกปิดไฟยกลง
5. หมูเนื้อแดงล้างน้ำพร้อมเครื่องในหมู หั่นทุกอย่างเป็นชิ้นๆ ลวกในน้ำร้อนจัดประมาณ 1 - 2 นาทีให้สุก ช้อนขึ้นแยกไว้เป็นอย่างๆ
6. เลือดหมูต้มน้ำเดือดประมาณ 3 นาที ช้อนขึ้นใส่ชามพร้อมน้ำขลุกขลิก
7. เวลาจะทาน เตรียมชามใส่ตำลึงตามชอบ ใส่เลือดหมู หมูลวก เครื่องในลวก ตักน้ำซุปพร้อมหมูสับที่เดือดจัดใส่ลงในชาม โรยหน้าด้วยขึ้นฉ่ายหั่นฝอยและพริกไทยป่น เสิร์ฟพร้อมเครื่องปรุง และข้าวสวยร้อนๆ

เกี๊ยวกุ้งต้มยำ

ส่วนผสม (สำหรับ 3 - 4 ที่)
? เนื้อกุ้งแกะ 150 กรัม
? หมูสามชั้นหั่นชิ้นและหนังออก 300 กรัม
? พริกไทยดำบดหยาบ 1 ช้อนชา
? เกลือ 1/2 ช้อนชา
? แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
? น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
? ต้นหอมซอย 2 - 3 ต้น
? น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
? น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
? พริกขี้หนูซอย 2 - 3 เม็ด
? น้ำมันพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
? ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. หมักเนื้อกุ้งกับแป้งมันพักไว้ 1 ชั่วโมง จากนั้นนำมาล้างด้วยการปล่อยน้ำไหลผ่าน
2. ซับกุ้งให้แห้ง แล้วนำไปบดพร้อมกับหมูสามชั้น น้ำมันงาและต้นหอมซอยจนเนียนเหนียว
3. นำไปห่อด้วยใบเกี๊ยวให้สวยงาม ก่อนรับประทานนำไปลวกให้สุกใส่ลงในถ้วย
4. เติมน้ำซุปต้มเดือดปรุงรสด้วยน้ำมันพริกเผา ซีอิ้วขาว น้ำตาลทราย พริก และน้ำมะนาว ตามชอบ

แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย

ส่วนผสม
? เนื้อปลากรายสับละเอียด 800 กรัม
? มะเขือพวง 100 กรัม
? มะเขือเปราะผ่าสี่ 250 กรัม
? มะพร้าวขูด 1 กิโลกรัม
? พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแว่นเฉียง 3 เม็ด
? กระเทียมโขลกละเอียด 1/2 ช้อนโต๊ะ
? รากผักชีโขลกละอียด 1/2 ช้อนโต๊ะ
? กระชายซอยเป็นเส้นยาวๆ 1/2 ถ้วย
? โหระพาเด็ดเป็นใบ 1/2 ถ้วย
? ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ
? น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
? น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสมเครื่องแกง
? พริกหวานสีเขียวหั่นละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
? พริกสดสีเขียว 10 เม็ด
? หอมแดงซอย 3 หัว
? กระเทียมซอย 6 กลีบ
? ข่าหั่นละเอียด 1 ช้อนชา
? ตะไคร้ฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
? กระชายปลอกเปลือกหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
? ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 1 ช้อนชา
? ลูกผักชี 1/2 ช้อนโต๊ะ
? ยี่หร่า 1/2 ช้อนชา
? พริกไทยเม็ด 5 เม็ด
? เกลือป่น กะปิ อย่างละ 1/2 ช้อนโต๊ะ
? โขลกเครื่องแกงทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด
วิธีทำ
1. คั้นมะพร้าว ให้ได้หัวกะทิ 1 ถ้วย หางกะทิ 4 ถ้วย
2. โขลกเนื้อปลากราย กระเทียม รากผักชี เข้าด้วยกัน แล้วปั้นให้เป็นก้อนกลมเท่าหัวแม่มือ
3. ใส่น้ำลงในหม้อ ตั้งไฟให้เดือด ใส่เนื้อปลากรายที่ปั้นไว้ พอปลาสุกตักออก พักไว้
4. ใส่หัวกะทิลงในกระทะ ตั้งไฟเคี่ยวพอจวนแตกมัน ใส่เครื่องแกง ผัดให้หอม ใส่ลูกชิ้นปลากราย ใส่กระชาย ผัดให้ทั่ว ใส่หางกะทิ
5. ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา ใส่มะเขือเปราะ มะเขือพวง ใบโหระพา พริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด คนพอทั่ว มะเขือสุก ปิดไฟ ยกลงตักใส่ชามอาหาร
หมายเหตุ!! พริกหวาน จะทำให้น้ำแกงมีสีเขียวสวย น่ารับประทาน

แกงจืดฟัก

“ฟัก” คำๆนี้ หากไปเผลอพูดกับฝรั่งหัวแดงขี้ยั๊วะเข้า บางทีอาจจะถูกชกปากเอาได้ง่าย แต่สำหรับกุ๊กเล็ก เมื่อพูดถึงฟักแล้ว ใจก็อดคิดไปถึงแกงจืดฟักร้อนๆใสเห็ดหอมไม่ได้ว่าแล้วก็เข้าครัวไปเตรียม
เครื่องปรุงทำแกงจืดฟักใส่เห็ดหอมกันเลยดีกว่า
ส่วนผสม
? ฟักหั่นชิ้นพอคำ 1 ถ้วยตวง
? เห็ดหอมสด 1/2 ถ้วยตวง
? หมูสับ 1/4 ถ้วยตวง
? กุ้งกุลาดำ 6 - 7 ตัว
? กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
? ใบผักชี 1 ช้อนโต๊ะ
? น้ำซุป 2 ถ้วยตวง
? พริกไทยป่น น้ำตาลทราย น้ำปลา (ตามแต่จะใส่)
วิธีทำ
1. นำเห็ดหอมสดไปแช่น้ำให้พอนุ่ม แค่พออิ่มน้ำ (ส่วนถ้าไม่มีเห็ดหอมสดใช้เห็ดหอมแห้งก็แช่ให้บานนุ่มแค่พออิ่มน้ำเหมือนกัน)
2. นำกุ้งกุลาดำไปล้างให้สะอาด จากนั้นปอกเปลือกผ่าเอาเส้นดำที่หลังออกแล้วพักไว้ ส่วนกุ้งแห้งก็นำมาคลุกเคล้ารวมกับหมูสับ
3. นำฟักไปหั่นให้มีขนาดพอคำกำลังดีไม่ต้องใหญ่มากนัก และนำไปล้างให้สะอาด
4. นำน้ำซุปลงหม้อแล้วตามด้วยฟัก จากนั้นปั้นหมูสับที่คลุกรวมกับกุ้งแห้งเป็นก้อนๆ ใส่ลงไป และก็ตามด้วยเห็ดหอม
5. ต้มให้ฟัก หมูสับ และเห็ดหอม ทุกอย่างสุก (ทดสอบดูว่าฟักนิ่มแล้วก็เป็นอันว่าใช้ได้) แล้วค่อยปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย นิดหน่อย
6. นำกุ้งมาใส่ทีหลังเพื่อไม่ให้เนื้อกุ้งแข็ง เป็นอันว่าเสร็จก็ตักใส่ชามพร้อมเสิร์ฟได้ทันที
7. ใส่พริกไทยโรยหน้าสักนิด เพื่อเพิ่มความหอม และโรยหน้าด้วยผักชี เพิ่มความสวยงามน่ากิน

ไก่ผัดพริกขิง

ส่วนผสม
? เนื้อไก่ 300 กรัม
? ขิง 30 กรัม
? กระเทียม 4 กลีบ
? หอมหัวใหญ่ 1/4 หัว
? พริกสด 2 เม็ด
? ต้นหอม 2 ต้น
? เห็ดหูหนูแห้ง 15 กรัม
? ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
? น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
? น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
? น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. นำเห็ดหูหนูแห้งมาล้างฝุ่นผงออก แช่น้ำให้นิ่ม สะเด็ดน้ำแล้วตัดส่วนที่แข็งออก จากนั้นนำมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอคำ
2. ปลอกเปลือกขิง นำมาล้างน้ำให้สะอาด ฝานบางๆ แล้วนำมาซอยเป็นเส้นๆ พักไว้
3. ปลอกเปลือกหอมหัวใหญ่ เด็ดขั้วพริก ปลอกเปลือกกระเทียม นำมาล้างน้ำให้สะอาด นำหอมหัวใหญ่มาฝานบางๆ หั่นพริกเฉียงๆ และสับกระเทียมให้ละเอียด
4. นำต้นหอมมาตัดรากออก ล้างน้ำให้สะอาดแล้วนำมาหั่นเป็นท่อนๆ จากนั้น นำไก่มาล้างน้ำให้สะอาดแล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอคำ
5. เปิดเตาที่ไฟปานกลาง ตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไป พอน้ำมันเริ่มร้อนจึงใส่กระเทียมสับลงไปเจียวจนหอม แล้วจึงใส่ไก่และซีอิ้วขาวลงไป
6. ผัดไปซักพักจนไก่เริ่มสุกจึงใส่ขิงซอยและหอมหัวใหญ่ลงไป ผัดไปเรื่อยๆ จนไก่สุก
7. ใส่เห็ดหูหนูลงไป จากนั้น ปรุงรสด้วยน้ำมันหอยและน้ำตาลทราย แล้วผัดให้เครื่องทุกอย่างเข้ากัน
8. ใส่ต้นหอม และพริกที่หั่นไว้ลงไป ผัดเร็วๆ ให้ทั่ว จากนั้น ปิดเตาและยกลงได้
9. ตักไก่ผัดขิงใส่จานอาหาร จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลยครับ

ข้าวผัดปลาทูเสวย

ส่วนผสม
? น้ำมันมะกอก 1/4 ถ้วย +2 ช้อนโต๊ะ
? ปลาทูนึ่ง(ตัวละ 60 กรัม) 3 ตัว
? เนื้อหมูส่วนสะโพกหั่นลูกเต๋าเล็ก 1/4 ถ้วย
? เนื้ออกไก่หั่นลูกเต๋าเล็ก 1/4 ถ้วย
? กุ้งชีแฮ้(ตัวละ 25 กรัม) แกะเปลือกเด็ดหัวเด็ดหาง 4 ตัว
? ข้าวสวยหอมมะลิ 2 + 1/2 ถ้วย
? ผิวส้มซ่าหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
? ผักต้มประกอบด้วย ผักขจร ตำลึง และบวบเหลี่ยม
? ผักสดประกอบด้วย ถั่วฝักยาว ขมิ้นขาว แตงกวา และดอกอัญชัน
? กระเทียมไทยแกะเปลือก 9 กลีบ
? กะปิ 2 ช้อนชา
? พริกชี้ฟ้าสีแดงหั่น 1 เม็ด
? พริกชี้ฟ้าสีเหลืองหั่น 1 เม็ด
? พริกขี้หนูสวนสีเขียวและแดง 6 เม็ด
? น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ +1 ช้อนชา
? น้ำตาลทรายชนิดไม่ฟอก 1 + 1/2 ช้อนชา
? น้ำมะนาว 1 + 1/2 ช้อนโต๊ะ
? น้ำส้มซ่า 1 + 1/2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ตั้งกระทะน้ำมัน 1/4 ถ้วยบนไฟกลางจนร้อน ใส่ปลาทูลงทอดให้สุกเหลืองตักขึ้นแกะเอาแต่เนื้อเป็นชิ้นใหญ่ใส่จาน พักไว้
2. ทำน้ำพริกกะปิโดยโขลกกระเทียมกับกะปิเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่พริกชี้ฟ้าสีแดงและพริกชี้ฟ้าสีเหลือง โขลกให้ละเอียดใส่พริกขี้หนู โขลกพอแตก ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาล น้ำมะนาว น้ำส้มซ่า ปรุงรสให้เปรี้ยวหวานเค็ม ตักใส่ถ้วย เตรียมไว้
3. ตั้งกระทะน้ำมันที่เหลือบนไฟกลางจนร้อน ใส่น้ำพริกที่โขลกลงผัดจนหอม ใส่เนื้อหมู เนื้อไก่ และเนื้อกุ้ง ผัดจนสุก ใส่ข้าวสวย ผัดให้ทั่ว ใส่เนื้อปลาทูทอด ผัดพอทั่ว ปิดไฟ
4. ตักใส่จานอาหาร โรยผิวส้มซ่า รับประทานกับผักต้มและผักสด

ไข่กุ๊กกิ๊ก

ส่วนผสม
? เต้าหู้แข็ง 3 แผ่น
? ไข่ไก่ 6 ฟอง
? แครอทหั่นฝอย 1/2 ถ้วยตวง
? หัวไชเท้าหั่นฝอย 1/2 ถ้วยตวง
? ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
? ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
? น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
? เกลือ 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
1. แบ่งครึ่งเต้าหู้ตามทางกว้าง 1 แผ่น เป็น 2 ชิ้น พักให้แห้ง
2. ตั้งกระทะทอดเต้าหู้ให้พอง พักให้สะเด็ดน้ำมัน และเย็น
3. ผสมซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย เกลือ คนให้ละลาย นำไปคลุกกับแครอทและหัวไชเท้า
4. ผ่าเต้าหู้ที่ทอดไว้ด้านหนึ่งให้มีลักษณะเป็นถุง ใส่ผักรองด้านล่าง ตอกไข่ใส่ถุงละ 1 ฟอง ใช้ไม้กลัดปิดปากด้านบน
5. วางถุงไข่ในถ้วย นำไปนึ่งไฟแรงประมาณ 15 นาที หรือจนสุก

ไข่เจียวมันฝรั่ง

ส่วนผสม
? มันฝรั่ง 500 กรัม
? ไข่ไก่ 2 ฟอง
? กระเทียมสับละเอียด 6 กลีบ
? ผักชีสับละเอียด(ไม่ใช้ราก) 1 ช้อนโต๊ะ
? เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ
? เกลือป่น 1 ช้อนชา
? พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
? น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. นำมันฝรั่ง มาปอกเปลือก ล้างน้ำ แล้วหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ
2. นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันลงไป เมื่อร้อน นำมันฝรั่งลงไปทอดให้เหลืองแล้วตักขึ้น พักไว้บนกระดาษซับน้ำมัน
3. ในกระทะเดียวกัน เทน้ำมันออก เหลือติดไว้เล็กน้อย แล้วนำผักชี กระเทียม พริกไทย เกลือ ใส่ลงไป คนให้สุกทั่วกัน
4. นำมันฝรั่งทอด ที่พักไว้ใส่ลงไปในกระทะ ตามด้วยใส่เนยสด ลงไปข้างๆมันฝรั่งวนไปรอบๆ เพื่อให้เนยละลายเข้าไปในมันฝรั่งเสียก่อน จึงเทไข่ที่ตีจนขึ้นฟูไว้แล้ว ลงไปให้กลบมันฝรั่ง กะว่าพอเหลืองค่อยกลับพลิกอีกด้านให้เหลือง
5. ตักขึ้นใส่จาน เสิร์ฟกับซอสมะเขือเทศ รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ

ไข่ตุ๋นดอกไม้บาน

ส่วนผสม
? ไก่บด 1/2 ถ้วยตวง
? แครอทหั่นเป็นแว่นบาง 1/2 ถ้วยตวง
? น้ำมัน 1 ช้อนชา
? ไข่ 2 ฟอง
? แป้งข้าวโพด 1/2 ช้อนโต๊ะ
? น้ำซุป 2 ช้อนโต๊ะ
? เกลือ 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
1. นำไก่บด ไข่ แป้งข้าวโพด น้ำซุป น้ำมัน เกลือตีให้เข้ากัน
2. ตักใส่ถ้วย นำแครอทที่หั่นไว้มาใส่ในถ้วยไข่ให้มีลักษณะเป็นรูปดอกไม้
3. นำไปนึ่งให้สุก จะเสิร์ฟเป็นถ้วย หรือแคะออกจากถ้วยก็ได้

ไข่ม้วนหมูหยอง

ส่วนผสม
? ไข่ไก่ 2 ฟอง
? ถั่วงอก 1 ถ้วย
? แฮมหั่นฝอย 3 - 4 ชิ้น
? หมูหยอง 1 ถ้วย
? พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
? ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
? ซีอิ้วขาว 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
1. ทอดไข่แบบบางๆ
2. ผัดถั่วงอกกับแฮมหั่นฝอย ปรุงรสด้วย พริกไทยป่น ซีอิ้วขาว ซอสปรุงรส
3. เอาไข่ที่ทอดเป็นแผ่นวางแล้วใส่ถั่วงอกผัดแฮมเป็นไส้โรยหมูหยอง ม้วนจัดใส่จานรับประทานกับซีอิ้วดำหรือซอสมะเขือเทศ

ไข่ลูกเขย

ส่วนผสม
? ไข่เป็ด 100 ฟอง
? หอมแดง 1 กิโลกรัม
? พริกขี้หนูแดง 200 กรัม
? น้ำตาลปี๊บ 3 กิโลกรัม
? มะขามเปียก 1 กิโลกรัม
? น้ำปลา 3 + 1/4 ถ้วยตวง
? น้ำมันพืช 4 ขวด
? ผักชี 200 กรัม
วิธีทำ
1. ต้มไข่นาน 10 นาที ยกลงแช่น้ำเย็นปอกเปลือก
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอร้อน นำไข่ต้มลงทอดจนเหลืองทั่วฟอง ตักขึ้นพักไว้
3. หอมแดงปอกเปลือกล้างสะอาด ซอยบางๆ ลงทอดจนเหลือง ตักขึ้นพักไว้
4. นำน้ำตาลปี๊บลงผัดในน้ำมันที่เหลือใส่น้ำมะขามเปียก น้ำปลา คนให้เข้ากัน เคี่ยวไปจนข้นชิมรสให้เปรี้ยว หวาน เค็ม ยกลง
5. จัดขายเป็นชุด โดยผ่าไข่เป็น 2 ซีกแล้วประกบไว้ถุงละ 2 ฟอง โรยหอมและผักชี และจัดน้ำใส่ถุงต่างหากถุงละ 50 กรัม

ไข่วงเดือน

ส่วนผสม
? ไข่ไก่ต้ม 6 ฟอง
? หมูบด 1 ถ้วยตวง
? พริกแห้งแช่น้ำ 5 เม็ด
? ข่าหั่น 4 แว่น
? กระเทียมซอย 5 กลีบ
? หอมแดงซอย 2 หัว
? ตะไคร้ซอย 1 ต้น
? กะปิ 1 ช้อนชา
? ผิวมะกรูดซอย 1 ช้อนชา
? น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
? น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
วิธีทำ
1. ไข่ต้มผ่าครึ่ง ตักไข่แดงออก
2. โขลกน้ำพริกแกง ให้ละเอียด
3. นำน้ำพริกแกงไปผสมกับหมูบด ไข่แดง น้ำปลา น้ำตาล นวดให้เข้ากัน
4. บรรจุส่วนผสม ข้อ 3 ในไข่ขาวให้เต็มนูนพอสวย
5. นำไปนึ่งให้สุก

ครีมโซดา

ส่วนผสม
? น้ำนมถั่วเหลือง 4 ช้อนโต๊ะ
? น้ำเชื่อม 3 ช้อนโต๊ะ
? น้ำแข็ง 1/2 ถ้วย
? น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
? น้ำเขียว 2 ช้อนโต๊ะ
? โซดา 1/4 ถ้วย
วิธีทำ
1. นำส่วนผสมทุกอย่างยกเว้นโซดา ใส่ลงในกระบอก แล้วเชคๆ เขย่าให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน เท่านี้ก็เป็นอันว่าเสร็จสิ้นวิธีการทำ
2. เทใส่แก้วเสิร์ฟพร้อมกับเติมโซดาลงไปก็เป็นอันเสร็จพิธี ยกดื่มเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกายได้ดีนักเชียว

จับฉ่าย [อาหารเจ]

ส่วนผสม
? กะหล่ำปลี 1 หัว
? ชุงฉ่าย(คล้ายกวางตุ้ง แต่ต้นใบใหญ่กว่า) 1 ถ้วย
? คะน้า 1 ถ้วย
? ขึ้นฉ่าย 1 ถ้วย
? ผักกวางตุ้ง 1 ถ้วย
? หัวไชเท้า 1 หัว
? เห็ดหอม 1 ถ้วย
? รากผักชี 3 ราก
? เต้าหู้(ทอดก่อน) 2 ก้อน
? น้ำตาลปีบ 1 ช้อนโต๊ะ
? เกลือ 2 ช้อนชา
? ซีอิ๊ว 2 ช้อนโต๊ะ
? น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ัะ
? ซอสถั่วเหลืองปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
? ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ผ่ากะหล่ำปลีเป็น 8 ซีก และผักทุกอย่างหั่นชิ้นโต ๆ
2. โขลกรากผักชี เจียวกับน้ำมันพืชจนหอม ใส่ต้นชุงฉ่ายลงผัด แล้วจึงตามด้วยผักอื่นๆ ใส่น้ำ ใส่เกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำตาลปีบ ใส่ซอสถั่วเหลืองปรุงรส
3. ตักลงหม้อ ใส่เห็ดและเต้าหู้ที่ทอดไว้ ใส่ซีอิ๊วดำ เติมน้ำต้มให้เปื่อยยกลง ตักใส่ชามอาหาร เป็นอันเสร็จพิธี ^^

ซี่โครงหมูอบ

ส่วนผสม
? ซี่โครงหมู 3 กิโลกรัม
? โรสแมรี่หั่นละเอียด 100 กรัม
? หอมแดงฝานบาง 100 กรัม
? กระเทียมสับละเอียด 5 หัว
? ผลจูนิเปอร์ 10 ลูก
? ผิวมะนาว 40 กรัม
? น้ำมะนาว
? มัสตาร์ดดิจง 50 กรัม
? ซอสถั่วเหลือง 50 มิลลิลิตร
? น้ำผึ้ง 40 มิลลิลิตร
? น้ำมันมะกอก 40 มิลลิลิตร
? ซอสพริก 10 มิลลิลิตร
วิธีทำ
1. วางซี่โครงหมูลงในถาดอบ ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดทาลงบนซี่โครง หมักไว้ประมาณ 8 ชั่วโมง
2. ใส่เตาอบที่อุณหภูมิ 350 องศาเซลเซียส เติมน้ำเล็กน้อย แล้วจึงอบที่อุณหภูมิ 75 องศาเซลเซียส นาน 90 นาที อุ่นให้ร้อนก่อนเสิร์ฟ

ซุปไข่ [อาหารเจ]

ส่วนผสม
? เต้าหู้หลอดบด 1 หลอด
? ข้าวโพดอ่อนหั่นท่อนสั้น 4 ฝัก
? แครอทหันชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ
? ผักกาดหอมเด็ดเป็นใบ 1 ต้น
? แป้งข้าวโพด 1/2 ช้อนโต๊ะ
? ซีอิ๊วขาว 1 - 2 ช้อนโต๊ะ
? น้ำซุปผัก 1 ถ้วย
วิธีทำ
1. ล้างผักกาดหอมให้สะอาด จัดใส่ชาม พักไว้
2. ใส่น้ำซุปลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟ ใส่เต้าหู้ ข้าวโพด แครอท ต้มประมาณ 10 - 20 นาที
3. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว พอเดือดละลายแป้งข้าวโพดกับน้ำใส่พอสุกข้น ปิดไฟ ตักใส่ชามอาหารที่รองด้วยผักกาดหอม

ซุปหน่อไม้ฝรั่ง

ส่วนผสม
? หน่อไม้ฝรั่งหั่นฝอย 250 กรัม
? หอมใหญ่ซอย 2 หัว
? น้ำซุปประมาณ 3–4 ถ้วย
? เนยสด 3 ช้อนโต๊ะ
? นมสด 1 ถ้วย
? แป้งสาลี 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
? น้ำตาลทรายเล็กน้อย
? ลูกจันป่นสำหรับโรยหน้าซุปเล็กน้อย
วิธีทำ
1. ตั้งกระทะบนเตา ผัดเนยกับหอมใหญ่จนมีกลิ่นหอม จากนั้นใส่หน่อไม้ฝรั่ง ผัดจนสุกดี
2. เติมน้ำซุป เคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ จนเปื่อยนุ่ม ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ยกพักไว้ให้เย็น
3. นำมาปั่นให้ละเอียด ใส่นมสด น้ำตาลทราย แป้งสาลี ตั้งไฟต้มให้เดือด คนให้เข้ากัน ยกลงจากเตา
4. ตักใส่ถ้วยอาหาร ก่อนเสิร์ฟโรยลูกจันป่นเล็กน้อย เสิร์ฟคู่กับขนมปังและเนยสด

แซนด์วิช 3 รส

อีกหนึ่งเมนูอาหารเช้ามานำเสนอครับผม เพราะอาหารมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน อย่าลืมทานอาหารเช้ากันนะครับ
ส่วนผสม
? ขนมปังโฮลวีต 2 แผ่น
? กุ้งนึ่งสับหยาบๆ 1/4 ถ้วย
? ตะไคร้หั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
? หอมไทยซอยบางๆ 1 หัว
? พริกขี้หนูหั่นละเอียด 1/2 ช้อนชา
? น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
? น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
? น้ำสลัดน้ำข้น 2 ช้อนโต๊ะ
? ผักกาดแก้ว 2 ใบ
? สะระแหน่เด็ดเป็นใบๆ 2 ใบ
วิธีทำ
1. ทาขนมปังทั้งสองแผ่นด้วยน้ำสลัด
2. ผสมกุ้ง ตะไคร้ หอม พริกขี้หนู น้ำปลา น้ำมะนาว เข้าด้วยกัน
3. ทาขนมปังทั้งสองแผ่น ด้วยส่วนผสมข้อสอง วางผักกาด นำขนมปังอีกแผ่นประกบ จัดใส่จานอาหาร

ต้มกะหล่ำ

ส่วนผสม
? กะหล่ำปลี 4 หัว
? เห็ดหอม 10 ดอก
? ฟองเต้าหู้ทอด 1ถ้วยตวง
? ซีอิ๊วขาว 1/2 ถ้วยตวง
? ซอสปรุงรส 2 ช้อนตวง
? พริกไทยเม็ด 20 เม็ด
? น้ำมันพืช
? น้ำเปล่า
วิธีทำ
1.ผ่ากะหล่ำปลี ออกเป็นสี่ถึงหกซีก (ขึ้นอยู่ว่าหัวเล็กหรือใหญ่) นำไปล้างน้ำให้สะอาด และผึ่งให้แห้ง จากนั้นเทน้ำมันพืชใส่กระทะ รอจนน้ำมันร้อน ใส่กะหล่ำปลีลงทอดให้เหลือง และดูว่าผักนุ่มลง (เวลาทอดให้ใช้ไฟปานกลาง คอยกลับข้างกะหล่ำด้วย น้ำมันที่ใช้ต้องมากพอท่วมผัก ไม่เช่นนั้นผักจะไหม้) จากนั้นตักขึ้นพักสะเด็ดน้ำมัน (ต้องสะเด็ดน้ำมันนานๆ ไม่อย่างนั้นเวลาต้มออกมา จะมันมาก) ถึงตอนนี้กลิ่นกะหล่ำทอดก็หอมไปทั่วบ้านแล้วล่ะ
2.เรียงกะหล่ำใส่หม้อ โรยด้วยพริกไทยเม็ด บุบพอแตก ใส่น้ำเปล่าพอท่วมผัก ใส่ฟองเต้าหู้ทอด นำขึ้นตั้งไฟ
ส่วนเห็ดหอมแห้ง ให้นำไปแช่น้ำจนนุ่ม (ถ้าดอกแข็งมากให้ใช้น้ำอุ่น) จากนั้นนำมาหั่น เป็นชิ้นพอคำ (อย่าลืมตัดแกนออก เพราะส่วนมากจะแข็ง เดี๋ยวจะทานไม่อร่อย) นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย ใส่เห็ดหอมที่เตรียมไว้ลงผัด ใช้ไฟอ่อน ผัดจนเห็ดหอม มีกลิ่นหอม ปรุงรสด้วยซิอิ๊วขาวเล็กน้อย ตักขึ้นพักสะเด็ดน้ำมัน
3.ปรุงรสด้วย ซิอิ๊วขาว และซอสปรุงรส ตั้งไฟจน เดือนเข้ากันดี ชิมรสและปรุงรสเพิ่มตามความชอบ (ถ้าจะประหยัด ชิมแล้วรู้สึกว่าไม่เค็ม ปรุงรสเพิ่มด้วย เกลือ แต่ถ้าจะให้อร่อยเลิศแบบทุ่มทุนสร้างแนะนำว่าให้ปรุงรสด้วย ซิอิ๊วขาว ไม่ใช้เกลือครับ แบบว่าอร่อยมากๆ ขอบอก)

ต้มยำปลาดุกย่าง

ส่วนผสม
? ปลาดุกย่าง 1 ตัว
? ข่า 4 แว่น
? ตะไคร้ 2 ต้น
? หัวหอมแดงเผา 5 หัว
? กระเทียมเผา 8 กลีบ
? น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
? น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ
? น้ำเปล่า 2 + 1/2 ถ้วย
? ใบมะกรูด 4 ใบ
? พริกขี้หนูสวนบุบพอแตก 8 เม็ด
? ใบผักชีฝรั่ง 4 ใบ
วิธีทำ
1. นำปลาดุกย่างมาแกะก้างออกตัดเป็นชิ้นใหญ่
2. ตวงน้ำใส่หม้อ ตั้งไฟให้เดือด ใส่ ข่า ตะไคร้(หั่นเป็นท่อนๆ) หอมเผา กระเทียมเผา พอเดือด จึงใส่เนื้อปลาดุก แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำส้ม มะขามเปียก พริกขี้หนูบุบ ใบมะกรูด ผักชีฝรั่งหั่นเป็นท่อนๆ ชิมรสดูให้เปรี้ยว เค็ม เผ็ด ให้พอดี ตักใส่จานอาหารพร้อมเสิร์ฟร้อนๆ

แตงโมพั้นซ์

ส่วนผสม
? เนื้อแตงโม 100 กรัม
? เนื้อสับปะรด 100 กรัม
? น้ำมะนาว 1/2 ออนซ์
? สับปะรด 4 ออนซ์
? น้ำผึ้ง 2 ออนซ์
วิธีทำ
1. ใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงไปในโถปั่น
2. ใส่น้ำแข็งก้อน ปริมาณ 1 แก้วเฮอร์ริเคน ลงในโถปั่น
3. ปั่นจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันได้ดี รินใส่แก้ว
4. ประดับด้วยสับปะรดตัดเป็นรูปสามเหลี่ยมและลูกเชอรี่ เสิร์ฟพร้อมหลอดดูด

ขนมปังโฮลวีต

เพื่อนๆ เคยทราบคุณประโยชน์จากขนมปังโฮลวีตกันหรือยังครับ ถ้ายัง เราลองไปอ่านกันเลย เป็นแหล่งของเหล็ก ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของฮีโมโกบินในเม็ดเลือดแดง
? เป็นแหล่งของไนอะซิน - ช่วยให้เยื่อบุทางเดินอาหารและผิวหนังอยู่ในสภาพปกติ
? วิตามินบี1 สูง - ช่วยในการทำงานของระบบประสาท
? วิตามินบี2 สูง - ช่วยให้ร่างกายได้พลังงานจาก คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน
? โฟเลตสูง - เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง

นมข้าวโพด

ส่วนผสม
? ข้าวโพดหวาน 5 ฝัก
? น้ำต้มใบเตย 7 ถ้วยตวง (ใช้ใบเตยล้างหั่นประมาณ 5 ใบ)
? เกลือป่น 1 ช้อนชา
วิธีทำ
1. ลอกเปลือกข้าวโพดออกล้างให้สะอาด ฝานเมล็ดข้าวโพดบาง ๆ (ส่วนเปลือกข้าวโพดนำไปต้มน้ำให้หอม)
2. ใส่ข้าวโพดลงในโถปั่น เติมน้ำต้มใบเตยพอควร เปิดสวิชท์ปั่นจนละเอียดดีแล้วกรองผ่านกระชอน (ควรนำส่วนเนื้อข้าวโพดที่กรองได้มาปั่นครั้งที่ 2 พร้อมน้ำใบเตย หรืออาจใช้น้ำข้าวโพดที่ปั่นไว้ก่อน)
3. นำน้ำข้าวโพดทั้งหมด ใส่หม้อสเตนเลสตั้งไฟ เติมเกลือ ควรคนด้วยพายไม้เพื่อไม่ให้ไหม้ ต้มพอสุกข้น ยกลงพักไว้ (ระวังอย่าให้ร้อนถึงจุดเดือด เพราะจะสุกเกินไปเกิดการแยกตัว)
4. เสิร์ฟร้อนหรือเย็นตามชอบ หากชอบหวานผสมน้ำเชื่อมได้
เทคนิคการทำ
? ควรใช้ข้าวโพดใหม่ สด จะได้นมข้าวโพดที่หอมอร่อย
? ควรปั่นข้าวโพด 2 ครั้ง เพื่อให้ได้น้ำเข้มข้น
? ควรต้มนมข้าวโพดให้สุกข้นจึงหอมอร่อย
? ควรระวังอย่าให้นมข้าวโพดเดือดนานเกินไปจะแยกตัว

นมอุ่นกลิ่นซินนามอน

ส่วนผสม
? นมร้อน 1/2 แก้ว
? ครีมเทียม (ชนิดเพิ่มฟองครีม) 1 ซอง (16.6 กรัม)
? ผงซินนามอน
วิธีทำ
1. อุ่นนมจนกระทั่งร้อน ใส่ครีมเทียมคนให้เข้ากัน ทิ้งไว้สักครู่
2. โรยหน้าด้วยผงซินนามอนด้านบนเล็กน้อย
3. เสิร์ฟพร้อมขนมปัง หรือคุ๊กกี๊ ก็เข้าทีเหมือนกัน

น้ำแตงโมปั่น

น้ำแตงโมปั่น นั้นมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะเป็นน้ำผลไม้ที่มีวิตามินและเกลือแร่ ดื่มแล้วดีต่อร่างกาย แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำได้ดี ดีกว่าดื่มแอลกอฮอล์เป็นไหนๆ ส่วนวิธีการทำ น้ำแตงโมปั่น ก็แสนง่าย ทำกินเองที่บ้านได้สบายๆ อยากกินเมื่อไหร่ก็ทำได้ทันที
ส่วนผสม
? เนื้อแตงโม 50 กรัม
? น้ำเชื่อม 15 กรัม
? เกลือป่นเสริมไอโอดีน 1 กรัม
? น้ำเปล่าต้มสุก 150 กรัม
? น้ำแข็ง
วิธีทำ
1. ล้างแตงโมให้สะอาด ผ่าผลแตงโมปอกเปลือกเอาเมล็ดออกและหั่นเป็นชิ้นๆ ไม่ต้องใหญ่มากเอาชิ้นกำลังพอดี
2. ใส่ลงเครื่องปั่นผลไม้ พร้อมกับใส่น้ำเชื่อม น้ำเปล่า น้ำแข็งแล้วก็ปั่นให้ละเอียดทั้งเนื้อแตงโมและน้ำแข็งรวมเป็นน้ำเป็นเนื้อเดียวกัน
3. ใส่เกลือลงไปนิดหน่อย เป็นอันว่าเสร็จได้น้ำแตงโมปั่น สีแดงสดใสน่าดื่ม

น้ำสมุนไพรผักผสม

น้ำสมุนไพรผักผสม เมื่อปรุงเสร็จแล้วจะดื่มหลังอาหารหรือดื่มเล่นๆเป็นของว่างก็สามารถทำได้ทั้งนั้น แถมใครที่ดื่มน้ำสมุนไพรบ่อยๆยังสามารถช่วยลดความดันให้ร่างกายด้วย ว่าแล้วเราก็เตรียมของเพื่อลงมือทำน้ำสมุนไพรผักผสมกันเลยดีกว่า โดยผักทุกชนิดควรแช่ให้เย็นจัดก่อนนำมาคั้นน้ำเพื่อให้ได้ความสดและรสชาติที่ดี
ส่วนผสม
? ขึ้นฉ่าย 1 ถ้วยตวง
? แตงกวา 1 ถ้วยตวง
? แครอท 1 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. นำแครอท แตงกวา มาปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นๆ จากนั้นนำขึ้นฉ่ายมาหั่นเป็นท่อนๆ
2. นำส่วนผสมแต่ละอย่างมาคั้นด้วยเครื่องแยกกาก
3. นำแครอท แตงกวา และขึ้นฉ่ายที่คั้นแล้วมาผสมให้เข้ากันเป็นอันเสร็จพิธี ยกดื่มเพื่อ สุขภาพกันได้ตามใจชอบ

น้ำอัญชัญ

มาทำตัวให้สดใส สดชื่นกับ น้ำอัญชัญ ที่กุ๊กเล็กได้สูตรมาจากคุณแม่ ซึ่งวิธีการทำก็ง่ายแสนง่ายแถมยังกินดีอีกต่างหาก เพราะดอกอัญชัญจัดได้ว่ามีสรรพคุณทางยาโบราณ ที่เชื่อว่าเป็นยาบำรุงรักษาดวงตา แก้อาการตาฟาง ตามัว และยังมีคุณสมบัติในการขับปัสสาวะอีกด้วย
ส่วนผสม
? ดอกอัญชัญ 4 - 5 ดอก(ต่อ 2 แก้ว)
? น้ำสะอาด 2 แก้ว
? น้ำตาลทราย (ตามชอบ)
? มะนาว (ตามชอบ)
วิธีทำ
1. เด็ดก้านสีเขียวๆที่ติดตรงขั้วออก แล้วนำดอกอัญชัญไปล้างให้สะอาด ระหว่างนั้นก็ตั้งไฟต้มน้ำแล้วใส่ดอกอัญชัญลงไป พอถึงตอนนี้น้ำจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเดียวกับดอก
2. รอให้น้ำเดือดแล้วใส่น้ำตาลตามชอบ เสร็จแล้วน้ำมากรองเอากากออก พักทิ้งไว้ให้เย็น เวลาดื่มให้ใส่น้ำแข็ง แค่นี้ก็จะได้น้ำอัญชัญสีสวยสดใส
3. สำหรับใครที่ชอบรสเปรี้ยวก็บีบมะนาวตามชอบ สีของน้ำอัญชัญจากสีฟ้าก็จะเปลี่ยนเป็นสีม่วง เวลาดื่มจะได้กลิ่นมะนาวทำให้สดชื่นแถมสีก็ดูสวยแปลกตา เรียกได้ว่าแก้วนี้นอกจากจะมีสรรพคุณทางยาแล้ว ยังเพิ่มสีสันให้ชีวิตอีกด้วย

น้ำอาร์ซี

วันนี้เรามาทำเครื่องดื่มที่ให้คุณประโยชน์แก่ร่างกาย มีสรรพคุณทางอาหาร คือ ช่วยบำรุงร่างกาย และแก้อาการอ่อนเพลีย ช่วยให้กินอาหารได้นอนหลับ นอกจากนี้ยังมีคุณค่าทางยาซึ่งจะช่วยป้องกันโรคเหน็บชาได้อีกด้วย
ส่วนผสม
? ข้าวแดงจากข้าวซ้อมมือ 2 กำมือ
? ข้าวเหนียวซ้อมมือ 2 กำมือ
? ข้าวสาลีเม็ด 1 กำมือ
? ข้าวบาร์เลย์ 1 กำมือ
? ข้าวฟ่าง 1 กำมือ
? ลูกเดือย 1 กำมือ
? ลูกบัว 1 กำมือ
? ข้าวโอ๊ต 1 กำมือ
? น้ำเปล่า 2 ลิตร
วิธีทำ
1. นำลูกบัว ลูกเดือย ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวฟ่างมาต้มจนเดือด พอเดือดแล้วใส่ข้าวซ้อมมือ ข้าวเหนียวซ้อมมือ ข้าวแดง ตามลงไป
2. ต้มต่อไปจนเดือดอีกครั้ง จากนั้นใส่ข้าวโอ๊ตเป็นส่วนสุดท้าย เดือดแล้วปิดไฟ ปล่อยให้ข้าวต่างๆนองก้น แล้วตักแต่น้ำใสๆ ดื่มร้อนๆ หรืออุ่นๆ ก็ได้
3. กากข้าวเอาไปทำข้าวต้มต่อ อาจเติมฟักทอง มันเทศ หรือเผือกลง ไปก็ได้ ต้มจนข้าวเป็นยาง จึงยกลง

บานาน่าจี๊ดจี๊ดสมูทตี้

ปกติผมก็ชอบกินกล้วยเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว ยิ่งได้ลองบานาน่าจี๊ดจี๊ดสมูทตี้แล้ว ยิ่งจี๊ดจ๊าดเข้าไปใหญ่ มาลองทำกันเลยดีกว่า ^^
ส่วนผสม
? กล้วยหอม 1 ลูก
? น้ำส้ม Sunquick 2 ออนซ์
? น้ำเชื่อม 2 ออนซ์
? นมสด 2 ออนซ์
วิธีทำ
? ปั่นทุกอย่างรวมกับน้ำแข็ง 1 แก้วขนาด 16 ออนซ์ เพียงแค่เท่านี้เราก็จะได้บานาน่าจี๊ดจี๊ดสมูทตี้ออกมาแล้ว

ปลากระป๋องผัดมักกะโรนี

ส่วนผสม
? มักกะโรนีต้มสุก 200 กรัม
? ปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ 1 กระป๋อง
? มะเขือเทศผ่าสี่ 2 ลูก
? สับปะรดเป็นแว่นๆ ผ่าสี่ 1/4 ถ้วย
? ซอสมะเขือเทศ ซอสปรุงรส เกลือ น้ำตาลทราย พริกไทยป่น
? ผักกาดหอม 1 ต้น
วิธีทำ1. ต้มมักกะโรนีให้สุกกรองให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำมาผัดกับซอสของปลากระป๋อง
2. ใส่มะเขือเทศ สับปะรด ผัดจนเข้าเนื้อมักกะโรนี ปรุงรสด้วย ซอสมะเขือเทศ ซอสปรุงรส เกลือ น้ำตาลทราย พริกไทยป่น
3. ตักใส่จานอาหาร ประดับหน้าด้วยเนื้อปลากระป๋อง รับประทานกับผักกาดหอมที่ประดับในจานอาหารด้วย

ปลากะพงทอดน้ำปลา

ส่วนผสม
? ปลากะพง 1 ตัว
? น้ำปลาอย่างดี 200 มล.
? มะม่วงมัน 1 ลูก
? น้ำตาลปี๊บ 50 กรัม
? ผักชี
วิธีทำ
1. นำปลากะพงล้างให้สะอาด แล้วนำไปชุบในน้ำปลา
2. จากนั้นนำไปทอดในน้ำมันร้อนปานกลาง จนได้ปลาสีเหลืองกรอบ
3. ทำน้ำจิ้มด้วยการผสมน้ำปลากับน้ำตาลปี๊บ จนได้รสชาติที่ชอบ
4. ใส่มะม่วงซอยลงไปพร้อมพริกชี้ฟ้าแดง รสชาติจะออกหวานหอมอมเปรี้ยวกลมกล่อม
5. ตกแต่งด้วยผักชี จัดเสิร์ฟ

ปลาช่อนผัดกระเทียม

ส่วนผสม
? เนื้อปลา (ชิ้นขนาดพอดีคำ) 1 ถ้วย
? ต้นกระเทียมขนาดกลาง 2 ถ้วย
? น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
? น้ำเปล่า 5 ช้อนโต๊ะ
? ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
? แป้งข้าวโพด 2 ช้อนชา
? เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
? พริกไทยป่น เล็กน้อย
วิธีทำ
1. นำเนื้อปลามาเคล้ากับเกลือป่นและพริกไทยป่น พักไว้
2. ต้นกระเทียมหั่นแฉลบ
3. นำน้ำมันพืชใส่กระทะตั้งไฟให้ร้อน ใส่เนื้อปลาลงไปผัดให้สุก เติมน้ำเปล่า ใส่ต้นกระเทียมที่เตรียมไว้
4. ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ้วขาว และใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำ 1 ช้อนโต๊ะผัดให้เข้ากัน พอสุกดียกลง ตักใส่จานอาหาร

ปลาผัดกระเฉด กระเทียมโทน

ส่วนผสม
? ปลากะพงหั่นเป็นชิ้นบางพอคำประมาณ 200 กรัม
? กระเฉด 200 กรัม
? กระเทียมโทนบุบ 8 - 10 เม็ด
? พริกขี้หนูเม็ดใหญ่บุบ 4 - 5 เม็ด
? น้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
? น้ำปลา 1 - 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ทอดปลาให้สุก ตักใส่จานพักไว้
2. ใส่น้ำมันในกระทะตั้งให้ร้อน ใส่พริกขี้หนู กระเทียมโทน ผัดพอหอม
3. ใช้ไฟแรงใส่กระเฉดผัดเร็วๆ ใส่น้ำปลา ตักราดปลา หรือจะนำปลาลงไปผัดรวมกันเร็วๆ ก็ได้
4. ตักใส่จานอาหาร พร้อมรับประทานกันได้เลย

ปลาหมึกสอดไส้อบ

ส่วนผสม
? ปลาหมึก(ขนาดเล็ก) 1/2 กก.
? หมูบด 1/2 กก.
? กระเทียม 10 กลีบ
? พริกไทย 7 - 10 เม็ด
? รากผักชี 3 - 4 ราก
? เกลือป่น 1 ช้อนชา
? ไข่ไก่ 1 ฟอง
วิธีทำ
1. ปลาหมึกล้างหมึกให้หมด และดึงเยื่อให้เกลี้ยง(เอาหนวดไว้)
2. โขลกรากผักชี พริกไทย กระเทียม ให้ละเอียด เอาหมูบดลงคลุกเคล้าให้ทั่ว
3. ผสมเกลือและไข่ไก่ แล้วเอามาบรรจงลงในตัวปลาหมึก
4. เอาหัวปลาหมึกสอดปิดไว้ตามเดิมทำจนหมด จัดเรียงใส่ถาด ใส่น้ำมันในถาดพอทั่วถาด แล้วเอาเข้าเตาอบ
5. พอจวนสุก นำกระเทียมสับละเอียด โรยบนตัวปลาหมึกให้ทั่วทุกตัว อบต่อจนกระเทียมเหลือง
6. นำออกจากเตาอบ จัดเรียงใส่จานอาหาร ตกแต่งให้สวยงาม รับประทานกับผักกาดหอม หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ ต้นหอม ฯลฯ รับประทานกับซอสได้ทุกชนิดตามชอบ

ผัดเต้าหู้แข็งกับหลายผัก

ส่วนผสม
? เต้าหู้แข็งชนิดขาว 2 แผ่น
? บรอคโคลี่ 2 ต้น
? กระหล่ำปลี 1 ถ้วย
? หอมหัวใหญ่ 1 หัว
? ขึ้นฉ่าย 2 ต้น
? หน่อไม้ไผ่ตง 1 หัว
? ผักกาดขาวปลี 1 ต้น
? ถั่วงอก 1 ถ้วย
? น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
? เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
? ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
? ซีอิ้วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
? น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
? แป้งข้างโพด 1.5 ช้อนโต๊ะ
? น้ำ 1/4 ถ้วย
วิธีทำ
1. ล้างเต้าหู้หั่นครึ่งแผ่นแล้วจึงหั่นเป็นชิ้นหนา 1/2 ซ.ม. ล้างบรอคโคลี่ ปอกเปลือกแข็งออก หั่นส่วนก้านเป็นชิ้นบางๆ โดยหั่นเป็นชิ้นยาว 2 นิ้ว ส่วนดอกตัดเป็นช่อเล็กๆ ปอกเปลือกหอมใหญ่ ผ่าครึ่งหั่นเป็นชิ้นตามขวางหนา 1/2 ซ.ม.
2. ล้างขึ้นฉ่ายตัดรากออกหั่นเป็นท่อน 1.5 นิ้ว หน่อไม้ไผ่ตงที่ต้มแล้ว หั่นส่วนแก่ออก ผ่าครึ่งหัวแล้วจึงหั่นเป็นชิ้นหนา 1/8 นิ้ว
3. ล้างผักกาดขาวปลีตัดออกเป็นก้านๆ หั่นเป็นชิ้นยาว 1.5 นิ้ว แยกก้านและใบ ล้างถั่วงอก
4. ทอดเต้าหู้ด้วยน้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ ให้เต้าหู้เหลืองตักออก ใช้น้ำมันที่เหลือ ใส่หอมใหญ่ผัดพอหอม ใส่หน่อไม้ ใส่บรอคโคลี่ส่วนก้าน ผัดพอทั่ว ใส่น้ำ ใส่ซีอิ้วขาว ซีอิ้วดำและน้ำตาล เกลือ ผัดให้ทั่ว
5. พอผักจวนสุก ใส่ขึ้นฉ่าย กะหล่ำปลี ผัดผักกาดขาวปลีและบรอคโคลี่ส่วนดอก ผัดให้ทั่วละลายแป้งข้าวโพดกับน้ำ 2 ช้อนโต๊ะใส่ลงในกระทะ ใส่ถั่วงอกผัดให้เข้ากัน ใส่เต้าหู้ผัดพอทั่วตักออก โรยพริกไทยป่นตามชอบ

ผัดไทยปลาอินทรี

ผัดไทยปลาอินทรี เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ผมอยากเสนอให้ไปลองทำกันดู ด้วยความลงตัวระหว่างปลาอินทรีกับเส้นผัดไทยจะทำให้เพื่อนๆ น้ำลายสอกันเลย
ส่วนผสม
? น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
? เนื้อปลาอินทรีหั่นชิ้นพอคำ 7 ชิ้น
? ไข่ไก่ 1 ฟอง
? ก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์ 150 กรัม
? น้ำโล้ (ซอสผัดไทย) 1/4 ถ้วย
? น้ำปลา 2 ช้อนชา
? ถั่วงอก 1/2 ถ้วย
? น้ำตาลทราย 1 + 1/2 ช้อนชา
? กุยช่ายหั่นท่อนขนาด 2 นิ้ว 2 ต้น
? ถั่วลิสงคั่วบด 2 ช้อนโต๊ะ
? มะนาวหั่นชิ้น 1 ลูก
? ผักสดมีถั่วงอกและแตงกวาหั่น 1 ลูก
ส่วนผสมน้ำโล้ (ซอสผัดไทย)
? พริกชี้ฟ้าแห้งแช่น้ำจนนุ่ม 9 เม็ด
? หอมแดงหั่น 6 หัว
? กระเทียม 25 กลีบ
? น้ำมะขามเปียก 1/2 ถ้วย
? น้ำมันพืช 1/4 ถ้วย
? น้ำตาลปี๊บ 1/2 ถ้วย
? น้ำ 1/2 ถ้วย
? เกลือสมุทร 2 ช้อนชา
วิธีทำ
1. ทำน้ำโล้โดยบดพริกแห้งกับหอมแดง กระเทียม และน้ำมะขามเปียกดข้าด้วยกันจนละเอียด เทใส่ถ้วย ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางพอร้อน ใส่เครื่องที่บดลงผัดพอหอม ปรุงรสด้วยน้ำตาลและเกลือ ใส่น้ำ ผัดเคี่ยวจนซอสข้น ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย
2. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางพอร้อน ใส่เนื้อปลาอินทรีลงทอดพอสุกเหลือง ต่อยไข่ใส่ ผัดพอสุก ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวในหม้อน้ำเดือดแล้วตักขึ้นใส่ลงในกระทะ ใส่น้ำโล้ น้ำปลาและน้ำตาล ผัดให้เข้ากัน ใส่ถั่งอก กุยช่าย ผัดพอทั่ว ปิดไฟ ตักใส่จานอาหาร โรยถั่วลิสงคั่ว วางมะนาวข้าง ๆ เสิร์ฟกับผักสด (1 คนรับประทาน)

ผัดเปรี้ยวหวานกุ้ง

ส่วนผสม
? กุ้งชีแฮ้(ตัวละ15 - 20กรัม) 6 - 8 ตัว
? น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
? กระเทียมบด 1/2 ช้อนโต๊ะ
? หอมใหญ่หั่นเสี้ยว 1/2 ลูก
? แตงกวาหั่นเฉียงทั้งเปลือก 2 ลูก
? มะเขือเทศหั่นเสี้ยว 1 ลูก
? น้ำหรือน้ำสต๊อกหมู 1/2 ถ้วย
? ซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต๊ะ
? น้ำปลา 3 ช้อนชา
? น้ำส้มสายชู 1/2 ช้อนโต๊ะ
? น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
? ต้นหอมหั่นท่อนขนาด 1 นิ้ว 3 ต้น
? พริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นเฉียง 1 เม็ด
? พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
1. ล้างกุ้ง แกะเปลือก เด็ดหัวไว้หาง ผ่าหลังดึงเส้นดำออก ใส่ถ้วย พักไว้
2. ตั้งกระทะบนไฟกลางจนร้อน ใส่น้ำมันและกระเทียมลงเจียวพอใกล้เหลือง จึงใส่กุ้ง หอมใหญ่ ผัด
พอสุกทั่ว ตามด้วยแตงกวา มะเขือเทศ ผัดให้เข้ากัน เติมน้ำหรือน้ำสต๊อกหมู ปรุงรสด้วยซอสมะเขือ
เทศ น้ำปลา น้ำส้มสายชู น้ำตาล ผัดอีกครั้งให้ทั่ว ใส่ต้นหอม และพริกชี้ฟ้า ปิดไฟ
3. ตักใส่จานอาหาร โรยพริกไทยป่น เสิร์ฟร้อนๆ

ผัดมะละกอใส่ไข่

ส่วนผสม
? มะละกอสับ 1/2 ลูก
? กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
? กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
? ไข่ 1 ฟอง
? น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
? น้ำตาล 1 ช้อนชา
? น้ำเปล่า 3/4 ถ้วย
วิธีทำ
1. สับมะละกอเป็นเส้น ทุบกระเทียมแล้วสับให้ละเอียด
2. เจียวกระเทียมสับพอเหลือง ใส่มะละกอสับ ใส่น้ำเปล่า และกุ้งแห้ง ผัดพอมะละกอนิ่ม ก็ปรุงรสด้วย น้ำตาล และน้ำปลา
3. ต่อยไข่ลงไปคนให้ไข่กระจายให้ทั่ว พอสุกจึงใส่จานอาหารโรยด้วยพริกเขียวแดงซอย พร้อมเสิร์ฟ

พล่าปลาซาบะ

ส่วนผสม
? ปลาซาบะ 1 ตัว
? พริกขี้หนู 15 - 20 เม็ด
? มะนาว 2 ผล
? ตะไคร้ 2 ต้น
? ใบมะกรูด 2 - 3 ใบ
? หัวหอมเล็กซอย 1/4 ถ้วย
? ใบสะระแหน่ 1/4 ถ้วย
? ผักกาดหอม 5 - 6 ใบ
? น้ำปลา 1/4 ถ้วย
? น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1.แกะปลาซาบะเป็นชิ้นเล็ก หรือ แกะซีกเป็นชิ้นใหญ่ จัดใส่จานอาหาร
2.พริกขี้หนูเด็ดก้านออก โขลกพอแหลก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย มะนาว ซอยตะไคร้บางๆ และ ใบมะกรูดหั่นฝอย หัวหอมซอยบางๆ โรยบนตัวปลา ราดด้วยน้ำที่ปรุงไว้ โรยด้วยใบสะระแหน่ รับประทานเป็นกับแกล้ม

ฟรุตพั้นซ์

ส่วนผสม
? น้ำสับปะรด 2 ออนซ์
? น้ำส้ม 2 ออนซ์
? น้ำมะนาว 0.5 ออนซ์
? น้ำหวานรสทับทิม 1 ออนซ์
? สับปะรดตัดเป็นรูปสามเหลี่ยม
? ลูกเชอรี่
วิธีทำ
1. ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในเชคเกอร์
2. ใส่น้ำแข็งก้อน 3/4 ของเชคเกอร์
3. เขย่าแรงและเร็ว ประมาณ 40 ครั้ง
4. รินส่วนผสมใส่แก้ว พร้อมน้ำแข็ง
5. ประดับด้วยสับปะรดตัดเป็นรูปสามเหลี่ยมและลูกเชอรี่

มะระยัดไส้ต้มเกี่ยมฉ่าย

ส่วนผสม (รับประทาน 4 คน)
? ผลมะระขนาดกลาง 4 ผล
? เนื้อหมูสับ 300 กรัม
? พริกไทยเม็ด 15 เม็ด
? กระเทียม 5 - 6 กลีบ
? รากผักชี 2 ราก
? เกี่ยมฉ่าย 1/4 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทยเข้าด้วยกัน แล้วผสมในเนื้อหมูบดพร้อมทั้งซีอิ๊วขาว
2. มะระตัดเป็นท่อน ตามขวางผลประมาณท่อนละ 2 นิ้ว ควักไส้ออกให้หมด นำไปล้างน้ำแล้วผึ่งไว้ให้สะเด็ดน้ำ
3. นำเนื้อหมูบดที่ผสมแล้วใส่ลงในไส้มะระให้เต็ม แล้วตั้งน้ำประมาณ 4 ถ้วยตวงให้เดือด ใส่เกี่ยมฉ่ายลงต้มสักครู่ จึงใส่มะระยัดไส้หมูลง ปิดฝา อย่าคน มิฉะนั้นรสขมจะออกมามาก
4. เมื่อเดือดสักครู่ จึงปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เสร็จแล้วก็ตักใส่ชามอาหาร พร้อมเสิร์ฟ
หมายเหตุ
มะระถ้าปรุงไม่ถูกวิธีจะมีรสขมมากดังนั้นจึงควรรู้เคล็ดลับในการปรุงอาหารจากมะระ วิธีต่างๆดังต่อไปนี้
1. มะระที่จะนำไปผัด แกง ที่หั่นเป็นชิ้นบางๆ ตามขวางผล ถ้าเคล้ากับเกลือป่นทิ้งไว้สักครู่ แล้วคั้นน้ำออก นำไปล้างน้ำสะอาดอีกครั้งจะลดความขมลงได้มาก
2. ในการต้มมะระ เช่น มะระยัดไส้หมู หรือมะระตุ๋นกระดูกหมู ให้ใส่มะระในน้ำซุปหรือในน้ำต้มที่กำลังเดือด และปิดฝาทันที อย่าคนใน 10 นาทีแรก
3. การลวกมะระด้วยน้ำเดือดก่อนนำไปผัดหรือแกงจะช่วยลดความขมลงได้บ้าง แต่มะระนิ่มลงไปมาก
4. การเลือกมะระที่ถูกต้องคือ เลือกผลสีเขียวนวลค่อนมากทางขาว จะได้มะระที่มีรสขมน้อยกว่ามะระสีเขียวแก่

ยำไข่เจียวน้ำพริกเผา

ส่วนผสม
? ไข่ 1 ฟอง
? หมูสับ 1/4 ถ้วย
? กระเทียมดอง 2 หัว
? กุ้งชีแฮ้ต้มใส่เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ
? น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
? มะนาวหั่นติดผิว 2 ช้อนชา
? น้ำตาล 1/2 ช้อนโต๊ะ
? น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
? มะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
? พริกแดงโรย
? ผักชีโรย
วิธีทำ
1. เจียวไข่ ให้กรอบหนาๆ หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตัดให้สั้น
2. เอาหมูสับไปจี่ในกระทะ กดให้แบนทั้ง 2 ด้าน เมื่อเกรียมดีแล้ว ก็ตักขึ้น
3. กระเทียม ดองผ่าซีกหั่นตามยาว ละลายน้ำพริกเผา น้ำตาล น้ำปลา มะนาว ชิมรสตามชอบ คลุกเคล้ายำกับไข่เจียว ตักใส่จานอาหาร โรยผักชี และพริกแดงหั่นฝอย เป็นอันเสร็จพิธี

ยำปลาช่อนทอดกรอบ

ส่วนผสม
? ปลาช่อนเอาแต่เนื้อหั่นเป็นชิ้นบางๆ 700 กรัม
? รสดีไก่ 1 ช้อนโต๊ะ
ขิงอ่อนหั่นลูกเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ
? มะม่วงดิบหั่นเต๋า 1/4 ถ้วยตวง
? หอมแดงหั่นเต๋า 1/4 ถ้วยตวง
? เม็ดมะม่วงหิมะพานต์ทอด 1/4 ถ้วยตวง
? ตะไคร้ซอยบาง 1/4 ถ้วยตวง
? ใบสาระแหน่ 1/4 ถ้วยตวง
? น้ำมันพืช พอประมาณ
ส่วนผสมน้ำยำ
? น้ำตาลทรายลิน 1 ช้อนโต๊ะ
? น้ำปลา 1/4 ถ้วยตวง
? น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
? พริกขี้หนูสดโขลกหยาบๆ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ในชามผสมใส่เนื้อปลาช่อน ลงหมักกับรสดีไก่ ผสมให้เข้ากันหมักทิ้งไว้ 5 นาที
2. นำกะทะตั้งไฟใส่น้ำมันให้ร้อน นำปลาลงทอดให้เหลืองกรอบ ตักออกวางบนกระดาษซับน้ำมัน
3. ในชามผสมใส่น้ำตาล น้ำปลา น้ำมะนาว และพริกขี้หนู ลงไปผสมให้เข้ากัน ชิมรส เค็ม เปรี้ยว หวาน
4. ใส่เนื้อปลา ขิง หอมแดง เม็ดมะม่วงหิมะพานต์ ลงไปคลุกให้เข้ากัน ชิมรสตามความต้องการ
5. ตักใส่จานอาหาร โรยหน้าด้วยใบสาระแหน่ เราก็จะได้ยำปลาช่อนทอดกรอบจัดเสิร์ฟทันที

ยำมะระกุ้งสด

ส่วนผสม
? มะระ 1/2 ลูก
? กุ้งแชบ๊วย 5 ตัว
? หอมแดงซอย 3 หัว
? พริกขี้หนู 5 เม็ด
? น้ำมะนาว 1 ช้อน
? น้ำปลา 1 ช้อน
? น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
? มะเขือเทศ ผักกาดหอม แครอทหั่นฝอย ตกแต่งจาน
วิธีทำ
1. นำมะระที่ผ่าครึ่งตามแนวนอนแล้วหั่นบางๆ ลงลวกในน้ำเดือดจนสุก แล้วตักออกพักไว้
2. เอากุ้งแชบ๊วยที่ผ่าหลังทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ลงไปลวกให้สุกเช่นกัน
3. ทำเครื่องปรุง ด้วยการตำพริกขี้หนูใส่ลงไป แล้วนำเอาเครื่องปรุงส่วนผสมอื่นๆ มาใส่รวมกัน คลุกกับกุ้งและมะระให้ทั่ว
4. ชิมรสชาติให้กลมกล่อม ออกรสเปรี้ยว หวาน เค็ม ตกแต่งจานด้วยมะเขือเทศ ผักกาดหอม และแครอท แล้วเราก็จะได้ยำมะระกุ้งสดพร้อมเสิร์ฟได้ทันที

ยำวุ้นเส้น [อาหารเจ]

ส่วนผสม
? เห็ดเป๋าฮื้อ 1 ถ้วย
? เห็ดฟาง 1/2 ถ้วย
? เห็ดหูหนู 1/2 ถ้วย
? วุ้นเส้นแช่น้ำตัดแล้ว 1 ถ้วย
? พริกขี้หนูสด 5 เม็ด
? พริกขี้หนูแห้ง 5 เม็ด
? คื่นช่าย 2 ต้น
? เต้าหู้ขาว 2 ก้อน
? ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
? มะนาว 6 - 7 ผล
? น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
? มะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
? ผักกาดหอม
? ใบสาระแหน่
? พริกแห้งเม็ดใหญ่
วิธีทำ
1. ลวกวุ้นเส้นพอนิ่มแล้วตัดเป็นท่อน
2. ฉีกเห็ดเป๋าฮื้อเป็นฝอย ลวกน้ำร้อนให้สุกแล้วหั่นเห็ดหูหนูหนาๆ ลวกน้ำร้อนให้สุก ฝานเห็ดฟางเป็นชิ้นๆ ตั้งรวนไฟเหยาะเกลือนิดหน่อย
3. ตัดคึ่นช่ายเป็นท่อนๆ
4. เอาน้ำมะขามเปียกน้ำตาลปี๊บ และซีอิ้วผสมรวมกันตั้งไฟให้เดือดชิมดูให้ได้ 3 รส
5. ยีเต้าหู้ขาวให้ละเอียด ตั้งรวนบนไฟจนเหลืองนวล
6. โขลกพริกขี้หนู เอาพริกแห้งที่แกะเม็ดและไส้ทิ้งทอดรวมกับพริกขี้หนูจนกรอบ โขลกให้ละเอียด
7. เมื่อเตรียมได้ทั้งหมดแล้ว ก็นำเอาเห็ดทั้งหมดคลุกในวุ้นเส้นพร้อมด้วยพริกขี้หนู พริกแห้ง และใส่น้ำสามรส มะนาว ชิมรสตามชอบใจ แล้วใส่ใบคึ่นช่าย จากนั้นใส่จานอาหารที่รองด้วยผักกาดหอม โรยหน้าด้วยใบสาระแหน่ เพียงเท่านี้เราก็จะได้ยำวุ้นเส้นสูตรเจน่าทานมาแล้ว

โยเกิร์ตปั่น

ส่วนผสม
? โยเกิร์ต(รสผลไม้แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน) 1 ถ้วย
? กล้วยหอม 1 ลูก
? แคนตาลูป 1 เสี้ยว
? น้ำแข็งเกล็ด 1-2 แก้ว
? วิปปิ้งครีมสำหรับตกแต่งแบบสเปรย์ (ถ้ามี)
วิธีทำ
1. นำกล้วยหอมและแคนตาลูปมาปอกเปลือก ผ่าครึ่ง แล้วใส่ลงไปในเครื่องปั่นผลไม้
2. เทโยเกิร์ต และ น้ำแข็งเกล็ดตามลงไป
3. ปั่นทุกอย่างให้เข้ากัน ใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที จนน้ำแข็งละเอียดเป็นมูทเหมือนสเลอปี้ ถ้าชอบให้มีสีสันอาจจะใส่น้ำเฮลล์บลูบอยสีแดงหรือสีเขียวลงไป ประมาณ 1 ช้อนชา แต่อย่ามากเกินไป เพราะจะกลายเป็นกลิ่นน้ำหวาน จะไม่ใช่กลิ่นกล้วยหอม
4. ถ้าอยากจะให้เข้มข้นก็อาจจะใส่นมสดเพิ่มความหวานมันลงไปตามใจชอบ ซึ่งเมื่อออกมารสชาติก็ชวนกินไม่แพ้กัน ถ้าหากมีวิปปิ้งครีมก็ลองบีบตกแต่งเพื่อให้หน้าตาเครื่องดื่มดูสวยงามขึ้น

ลาบไก่

ส่วนผสม
? เนื้อไก่สับหยาบ 200 กรัม
? น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
? น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ
? น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
? ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
? หอมแดงซอย 30 กรัม
? ต้นหอมซอย 20 กรัม
? ผักชีฝรั่งซอย 20 กรัม
? ข้าวคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ (ถ้าชอบมากก็ใส่มากหน่อยได้ครับ)
? ใบโหระพา และพริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ สำหรับแต่ง
วิธีทำ
1. ผสมเนื้อไก่ น้ำ และน้ำมันพืช นำไปตั้งไฟ รวนจนสุก แล้วก็ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม น้ำมะนาว ชิมรสตามชอบ
2. เติมข้าวคั่ว หอมแดง ต้นหอมและผักชีฝรั่ง คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วตักใส่จานอาหาร โรยหน้าด้วยใบโหระพาและพริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ เพียงเท่านี้ก็จะได้ลาบไก่อันโอชะ แล้วล่ะครับ เพิ่มเติมความอร่อยด้วย การทานคู่กับผักสดแช่เย็นครับ

สตรอเบอรี่สมูทตี้

ส่วนผสม
? สตรอเบอรี่สดผ่าครึ่ง 1 ถ้วย
? นมข้นหวาน 1 oz.
? โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 oz.
? นมสดรสจืด 2 oz.
? น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
? น้ำแข็ง 1 แก้ว
วิธีทำ
? ใส่ทุกอย่างรวมกัน แล้วปั่นให้ละเอียดแล้วใส่แก้วเสิร์ฟ เพียงแค่เท่านี้เราก็จะได้สตรอเบอรี่สมูทตี้ออกมาแล้ว ^^

สันในหมูอบน้ำผึ้งกับลูกพรุน

อาหารจานนี้เป็นจานหนัก เพื่อสุขภาพที่ดีแล้วเพื่อนๆ ควรลดส่วนเนื้อลงอีก สันในหมูจะมีไขมันน้อยกว่าเนื้อหมูส่วนอื่น ส่วนลูกพรุนเป็นยาระบายขนานเอก ถ้าจะให้ดีควรมีสลัดผักเสริมด้วย จะได้คุณค่าทางอาหารอย่างครบถ้วนกระบวนความเลยครับ
ส่วนผสม
? สันในหมูใช้ช้อนจิ้มให้ทั่ว 1 กก.
? ผงออสไปช์ 1/2 ช้อนชา
? น้ำผึ้ง 1/3 ถ้วย
? ซอสปรุงรส 3 ช้อนโต๊ะ
? ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
? ขิงสดสับละเอียด 2 ช้อนชา
? แป้งข้าวโพด 2 ช้อนชา
? น้ำส้มคั้น 1/2 ถ้วย
? น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
? ลุกพรุนคว้านเมล็ดแล้ว 1 ถ้วย
? มันฝรั่งต้ม
? ขนมปัง
วิธีทำ
1. ผสมเครื่องปรุงทุกอย่างยกเว้นลูกพรุน มันฝรั่ง กับขนมปัง คนให้เข้ากัน
2. ใส่สันในหมูลงคลุกแล้วในถุงพลาสติกรัดปากถุง ใส่ช่องแข็ง พอจะใช้ ให้นำออกมานึ่งจนหมูสุกประมาณ 20 นาที แล้วหั่นเป็นแว่นหนา 2 เซนติเมตร เรียงใส่ถาด
3. ใส่ลูกพรุนราดน้ำจากการนึ่ง อบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นาน 45 นาที หรือจะใส่หม้อตั้งไฟปิดฝาให้เดือดรุมๆ จนหมูเปื่อยน้ำแห้งก็ได้
4. เสิร์ฟหมูพร้อมกับมันฝรั่งต้ม และขนมปังฝาน

หมูทอดกระเทียมพริกไทย

สูตรอาหารประจำชาติมาแล้วจ้า… เมนูหมูทอดกระเทียมพริกไทย รสเลิศพร้อมเสิร์ฟให้ทุกท่านได้ลองไปทำทานกันแล้ว รับรองไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่จะน้ำลายสอเมื่อได้กลิ่นหอมกระเทียมพริกไทย
ส่วนผสม
? หมูสันคอ 1 กิโลกรัม
? ซอสปรุงรส 4 ช้อนโต๊ะ
? ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
? ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
? น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
? ผงปรุงรส 10 กรัม
? แป้งทอดกรอบ 70 กรัม
? นมสด 1/2 ถ้วย
? รากผักชี 1 ช้อนโต๊ะ
? พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
? กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. หันสันคอหมูเป็นชิ้นขนาดเท่าสเต็กไม่หนา ไม่บางเกินไป ใส่ภาชนะ
2. โขลกรากผักชี พริกไทย กระเทียม นำมาผสมกับหมู
3. ใส่ซอสปรุงรส ซีอิ้วขาว ซอสหอยนางรม น้ำตาลทราย
4. ใส่ผงปรุงรส แป้งทอดกรอบ นมสด คลุกให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ในตู้เย้นประมาณ 3 ชั่วโมง
5. ตั้งน้ำมันใส่กระทะ ทอดตอนน้ำมันร้อนๆ จนหมูเริ่มเหลืองนิดนึงเป็นอันว่าเสร็จ
6. หั่นใส่จานอาหารเสิร์ฟพร้อมข้าวอร่อยอย่าบอกใคร

อาหาร 7 อย่างที่พึงเลี่ยงเมื่อท้องว่าง

เมื่อคนมันหิว อะไรใกล้มือก็มักจะคว้าเข้าปากกันไปก่อน ใครมีนิสัยอย่างนี้ขอให้ลองปรับตัวเสียใหม่ เพราะอาหารบางอย่างอาจเป็นเมนูที่ไม่ค่อยเหมาะกับร่างกายในยามนั้นได้ “7 เมนู ที่ควรหลีกเลี่ยงยามท้องว่าง” ที่จะนำมาบอกกล่าวในครั้งนี้ นำมาจากคอลัมน์ “สุขกาย” ในจดหมายข่าว “สร้างสุข” ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ( สสส.) เดือนพฤษภาคม 2550 มีรายการดังต่อไปนี้

1. เหล้า กระเทียม
ทั้งสองอย่างนี้จะยิ่งกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร ส่งผลให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้

2. น้ำตาลหรืออาหารหวาน เช่น น้ำอัดลม ลูกอม ช็อกโกแลต
เพราะจะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาล ส่งผลต่อการดูดซึมโปรตีนทุกชนิด และลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต

3. ชาแก่
จะทำให้กรดเกลือของน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง เกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ มือเท้าไม่มีแรง

4. ลูกพลับ
เป็นตัวกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดเกลือออกมามาก ทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร

5. กล้วย
เพราะจะเพิ่มธาตุแมกนีเซียมในเลือดให้สูงขึ้น ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียม และแมกนีเซียม เป็นการยับยั้งการทำงานของหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก

6. ผัก
เพราะหากรับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง จะทำให้ท้องอืด

7. นมและถั่วเหลือง
แม้จะอุดมด้วยโปรตีน แต่จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อกระเพาะอาหารมีสารประเภทแป้งอยู่

แถมท้ายอีกนิดว่า ขณะท้องว่างไม่ควรอาบน้ำและออกกำลังกาย เพราะอาจทำให้เกิด อาการช็อกได้ง่าย เนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำ

อาหารต้องห้ามยามเป็นโรคต่างๆ...

1. เป็นไข้หวัด
มีไข้สูง ควรหลีกเลี่ยงอาหารไม่สุก อาหารที่เย็นมากๆ อาหารทอด อาหารมัน ซึ่งเป็นอาหารที่ย่อยยาก จะทำให้เกิดความร้อนสะสม เปรียบเสมือนอาหารเชื้อเพลิง หรือเป็นการเติมน้ำมันเข้าไปในกองไฟ

2. โรคกระเพาะ
ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ ชาแก่ๆ กาแฟ ของเผ็ด ของทอด ของมัน เพราะอาหารเหล่านี้ ทำให้เกิดความร้อนสะสม ทำให้โรคหายยาก ทางที่ดีควรจะรับประทานอาหารปริมาณน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง รับประทานอาหารให้ตรงเวลา และเป็นอาหารที่ย่อยง่าย

3. โรคความดันเลือดสูง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุที่มักมีปัญหาเลือดเลือดแข็งตัว ขาดความยืดหยุ่น ควรหลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารที่มีคอเรสเตอรอลสูง เช่น หมูสามชั้น ไขกระดูก ไข่ปลา โกโก้ รวมทั้งเหล้า เพราะอาหารเหล่านี้ทำให้เกิดความร้อนชื้นสะสมในร่างกาย และความชื้นก็มีผลก็ทำให้เกิดความหนืดของการไหลเวียนทุกระบบในร่างกาย และความร้อนก็จะไปกระตุ้นทำให้ความดันสูง นอกจากนี้... ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ด หรืออาหารหวานมาก รวมทั้งผลไม้อย่างลำไย ขนุน ทุเรียน

4. โรคตับและถุงน้ำดี
หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อาหารมัน เนื้อติดมัน เครื่องในสัตว์ อาหารทอด อาหารหวานจัด เพราะแพทย์จีนถือว่า ตับและถุงน้ำดี มีความสัมพันธ์กับระบบย่อยอาหาร การได้อาหารประเภทดังกล่าวมากเกินไป จะทำให้สมรรถภาพของการย่อยอาหารอ่อนแอลง และเกิดโทษต่อตับและถุงน้ำดีอีกต่อหนึ่ง

5. โรคหัวใจและโรคไต
ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด เพราะจะทำให้มีการเก็บกักน้ำ การไหลเวียนเลือดจะช้า ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น ไตต้องทำงานขับเกลือแร่มากขึ้น ส่วนอาหารรสเผ็ดก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะทำให้กระตุ้นการไหลเวียนสูญเสียพลังงาน และหัวใจก็ทำงานหนักขึ้นเช่นกัน


6. โรคเบาหวาน
หลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน หรือแป้งที่มีแคลอรี่สูง เช่น มันฝรั่ง มันเทศ ควรรับประทานอาหารพวกถั่ว เช่น เต้าหู้ นมวัว เนื้อสันไม่ติดมัน ปลา ผักสด

7. นอนไม่หลับ
หลีกเลี่ยงชา กาแฟ (รวมทั้งการสูบบุหรี่) เพราะอาหารเหล่านี้ มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้ไม่ง่วงนอน หรือนอนไม่หลับสนิท

8. โรคริดสีดวงทวาร หรือท้องผูก
หลีกเลี่ยงอาหารประเภทหอม กระเทียม ขิงสด พริกไทย พริก เพราะอาหารเหล่านี้อาจทำให้ท้องผูก หลอดเลือดแตก และอาการริดสีดวงทวารกำเริบ

9. ลมพิษ ผิวหนังอักเสบ หรือโรคหอบหืด
ควรหลีกเลี่ยงเนื้อแพะ เนื้อปลา กุ้ง หอย ปู ไข่ นม และอาหารรสเผ็ด เพราะจะไปกระตุ้นและทำให้อาหารผิวหนังกำเริบ

10. สิว หรือต่อมไขมันอักเสบ
งดอาหารเผ็ดและมัน เพราะทำให้เกิดการสะสมความร้อนชื้นของกระเพาะอาหาร ม้าม มีผลต่อความร้อนชื้นไปอุดตันพลังของปอด ควบคุมผิวหนัง ขนตามร่างกาย ทำให้เกิดสิว

แอปเปิ้ลสมูทตี้

ส่วนผสม
? เนื้อเอปเปิ้ลเขียว/แดง
? น้ำเชื่อมกลิ่นเอปเปิ้ล 1 ออนซ์
? น้ำเชื่อม 1 ออนซ์
? นมข้นจืด 1 ออนซ์
? น้ำแข็ง 200 มิล(ใช้ถ้วยคั้นน้าส้มตักน้ำแข็ง1ถ้วย)
? เกลือป่นนิดหน่อย
วิธีทำ
? ใส่ส่วนผสมทั้งหมด ปั่นจนน้ำแข็งไม่เป็นก้อน เนื้อต้องละเอียดมาก แล้วใส่แก้วได้ เพียงแค่เท่านี้เราก็จะได้แอปเปิ้ลสมูทตี้ออกมาแล้ว ^^